

งานอบอุ่นและมีความหมาย ในสถานที่แต่งงานคลาสิก @Sofitel Sukhumvit
บ่าวสาวที่เราได้สัมภาษณ์ในครั้งนี้ เป็นคู่รักอารมณ์ดี ที่มีมุมมองเรื่องการจัดงานแต่งงานว่า เป็นงานแห่ง 'การให้' มากกว่า 'การรับ' ทั้งคู่จึงจัดงานที่ทำให้แขกที่มาร่วมงานทุกท่าน ได้มีส่วนร่วมในการแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้แก่ผู้อื่นต่อไป บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความอบอุ่น และมีความหมาย สมกับความตั้งใจของคุณจูน อันธิฌา และคุณท็อป พงศ์รัตน์ อรุณวัฒนาพร กับธีมงาน “Love is Sharing” จัดขึ้น ณ โรงแรม Sofitel Sukhumvit (โซฟิเทล สุขุมวิท) ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2557
แต่ก่อนหน้าวันแต่งงานหนึ่งเดือน บ่าวสาวได้จัดงานหมั้นขึ้นในวันที่ 7 มิถุนายน 2557 เรามาดูกันสักหน่อยว่า มีความเป็นมาอย่างไร ถึงได้มีหมีแพนด้ามาร่วมสร้างสีสันในงานด้วย
งานหมั้นที่มีหมีแพนด้า
ที่มาของงานหมั้นในครั้งนี้ มาจากความต้องการของบ่าวสาว ที่ต้องการจัดงานหมั้นในธีมจีน “เนื่องจากเราทั้งสองคนมีเชื้อสายจีน ประกอบกับอยากให้ทุกคนได้แต่งตัวมีสีสัน เพราะโอกาสที่จะได้ใส่ชุดจีนหรือชุดกี่เพ้าพร้อมหน้ากันนั้น มีได้ค่อนข้างยาก พอเพื่อนเจ้าบ่าวรู้ ก็เลยแต่งตัวเป็น “หมีแพนด้า” เพราะเมื่อพูดคำว่า 'จีน' แล้วนึกถึงหมีแพนด้านั่นเอง"
ซึ่งบรรดาเพื่อนๆ หมีแพนด้า ก็ได้ร่วมกันฝ่าด่านกั้นประตูเงินประตูทองไปพร้อมๆ กับเจ้าบ่าว รูปในงานหมั้นจึงเต็มไปด้วยความเฮฮา ขบขัน หยอกล้อกันตามประสาครอบครัว และคนสนิท โดยมีพิธีแห่ขันหมาก และยกน้ำชา ตามลำดับ



เริ่มต้นแบ่งปันความรักตั้งแต่หน้างาน
มาถึงงานแต่งงานในธีม Love is Sharing กันบ้าง เนื่องจากคุณจูน และคุณท็อป เป็นคนรักต้นไม้ทั้งคู่ ดังนั้นก่อนที่จะเข้างาน แขกทุกท่านต้องร่วมปฏิบัติภารกิจ “ปลูกต้นรัก” ด้วยการเพาะเมล็ดพันธุ์เสียก่อน “เราให้แขกหยอดเมล็ดพันธุ์ลงไปเพาะในกระถาง พร้อมเขียนคำอวยพรลงในการ์ดรูปหัวใจ ซึ่งเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ เราจะนำไปปลูกลงดินต่อที่เขาใหญ่เพื่อเป็นการคืนผืนป่าให้กับโลกเราด้วย”


ส่วนโลโก้ของงาน เป็นรูปบ่าวสาวนั่งอยู่บนจักรยานสองที่นั่ง เพื่อแสดงให้เห็นว่า ต่อนี้ไปชีวิตของทั้งคู่จะร่วมแบ่งปัน และก้าวไปด้วยกัน รวมทั้งเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงบทสนทนาเมื่อครั้งแรกพบอีกด้วย
“เรื่องจักรยาน บังเอิญกลายเป็นบทสนทนาแรกที่ท็อปชวนเราคุย เพราะเขาเป็นคนที่ชอบปั่นจักรยานมาก ส่วนเราก็มีญาติที่ขายจักรยานอยู่พอดี” จักรยานจึงกลายเป็นเครื่องมือสื่อรักไปโดยปริยาย ซึ่งในงานนี้ ทั้งคู่ได้นำจักรยานส่วนตัวมาร่วมเป็นสักขีพยาน โดยวางเป็นพร็อพ ที่แอบสื่อความหมายไว้ภายในงานด้วย



“Love is Sharing” รักคือการแบ่งปันที่แท้จริง
ความหมายที่แท้จริงของคำว่า “Love is Sharing” หรือ “รักคือการแบ่งปัน” ของงานในครั้งนี้ คุณจูน และคุณท็อป ได้ให้นิยามใหม่ของการใส่ซองหน้างาน เพื่อให้แขกผู้มาร่วมงาน ได้มีส่วนร่วมในการแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้แก่ผู้อื่น
“เงินที่ใส่ซองทั้งหมด จะนำไปตั้งเป็นกองทุน “Love is Sharing” โดยจะนำเงินก้อนนี้ ไปลงทุนให้เกิดดอกผล และเราจะนำกำไรที่ได้ ไปทำสาธารณกุศลต่างๆ ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ สำหรับโครงการแรกที่เราวางไว้ เป็นการช่วยเหลือเด็กในประเทศลาว ซึ่งเป็นโครงการที่เพื่อนของท็อป ที่ทำงานอยู่องค์การ UNESCO จัดทำขึ้น ดังนั้นแขกที่มาร่วมงานของเราทุกคนจึงถือได้ว่า มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์จริงๆ เราเองก็อิ่มใจ เพราะจัดงานแล้ว มันไม่ได้จบที่คู่ของเราอย่างเดียว แต่ได้ส่งต่อความรักให้กับคนอื่นด้วย”


เปลี่ยนจากตัดเค้กเป็น “รดน้ำต้นไม้”
ส่วนพิธีการภายในงาน ทั้งคู่ได้เปลี่ยนรูปแบบการตัดเค้กให้เป็น การรดน้ำต้นไม้ เพื่อสื่อความหมายในธีมเดิม ซึ่งเป็นหัวใจหลักของงาน ซึ่งดอกไม้ในกระถางที่ใช้แทนเค้กนั้น เป็นดอกกุหลาบหนูหลากสี “พอรดน้ำต้นไม้เสร็จ เราอนุญาตให้แขกผู้มาร่วมงาน สามารถหยิบกระถางดอกไม้เหล่านี้ไปปลูกต่อได้ เป็นสัญลักษณ์แทนความรักของเรา ที่ถูกแบ่งปันให้ออกไปงอกงามตามที่ต่างๆ ยกเว้นแค่ต้นไทรที่อยู่บนสุดต้นเดียว ที่เราจะเก็บไปปลูกที่บ้านต่อเช่นกันค่ะ”



“Love is Sharing” ชื่อธีมสั้นๆ แต่กินความหมายยิ่งใหญ่ แขกที่มาในงานรู้สึกขอบคุณคู่บ่าวสาว ที่จัดงานที่มีความหมาย ให้ทุกคนได้อิ่มเอิบกับการช่วยเหลือผู้อื่น แถมยังได้นำสิ่งมีชีวิตสีเขียวกลับบ้านอีกด้วย และคู่บ่าวสาวหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมล็ดพันธุ์แห่งความรักที่ทั้งคู่ได้หว่านลงในใจของผู้มาร่วมงานในวันนั้น จะค่อย ๆ งอกงาม ผลิดอก ออกใบ เป็นต้นไม้ใหญ่ที่แข็งแรงต่อไป
เจ้าสาวได้ฝากข้อแนะนำในการจัดงานไว้ง่ายๆ ว่า “อย่ายึดติดกับรูปแบบงานแต่งเดิมๆ ให้โยนไอเดียใหม่ๆ ที่เราชอบลงไป เพราะมันเป็นงานของเราทั้งสองคนจริงๆ ที่มีเพียงครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นไปได้ ก็ให้ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับผู้อื่นด้วยค่ะ”