


“เราอยากให้รูปเราดูได้ตลอด ไม่หวือหวา แต่ดูได้เรื่อยๆ เหมือนเราชอบกินกาแฟ กินได้ทุกวัน สดชื่นไม่มีเบื่อ”
นี่คือนิยามความเป็นตัวเองสั้นๆของ Coffeoto ทีมช่างภาพงานแต่งชื่อเก๋ไก๋ นำสองคำที่ดูไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันอย่างคำว่า Coffee กับ Photo มาจับคู่กันได้สะดุดหู อีกทั้งบ่งบอกชัดเจนในจุดยืนที่พวกเขาตั้งใจให้เป็น
คุณตั๊กและคุณออมแห่ง Coffeoto เริ่มต้นเล่าถึงสาเหตุที่เบนเข็มมาเป็นช่างภาพงานแต่งว่า “เสน่ห์ที่ทำให้เราเข้ามาทำงานในวงการเวดดิ้งเต็มตัวคือ “เราชอบอารมณ์ ชอบฟีลลิ่งของคู่รัก ความรู้สึกเวลาเขามองกัน การได้เห็นฟีลลิ่งของคนสองคนทำให้เรามีความสุข”






“จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเราสังเกตว่าบางทีคนไทยยังติดความสวยหล่อ ภาพจึงไม่เป็นธรรมชาติเท่าฝรั่ง สอง ช่างภาพบางเจ้าพยายามใส่ความหรูหรามาก แต่เรารู้สึกว่า นี่คือ prewedding คนสองคนที่รักกัน กำลังจะแต่งงานกัน สิ่งสำคัญคือความรู้สึก เราเน้นว่า ถ่ายแล้วให้รู้ว่าเขารักกัน เป็นตัวของตัวเอง เป็นธรรมชาติ อย่างเช่นไปถ่ายที่หัวหิน เราจะคุยกับบ่าวสาวก่อนถ่ายว่า วันนี้เป็น prewedding ก็จริง แต่ให้รู้สึกเหมือนคุณมาเที่ยวหัวหินกันเฉยๆนะ คือเรื่องฉาก แสง มุม เราอาจจะต้องเซ็ตบ้าง แต่อารมณ์ความรู้สึกไม่ใช่สิ่งที่เซ็ตกันได้”
นอกจากความเป็นธรรมชาติที่ทำให้ภาพถ่ายเหล่านี้เสพได้ไม่รู้เบื่อ พวกเขายังใส่ลูกเล่นเข้าไปเพิ่ม เหมือนกาแฟที่ไม่ใช่แค่รสชาติละมุนลิ้น แต่ยังตกแต่งฟองนมอย่างสวยงาม เป็นการสร้างเอกลักษณ์ให้แต่ละ “ช็อต” ที่ช่างภาพบรรจงรังสรรค์


“เราพยายามหามุมแปลกๆที่ลูกค้าไม่คิดว่าจะเห็น เช่นตอนแต่งหน้า เจ้าสาวจะคิดว่าคงแค่มีรูปตอนเขากำลังแต่งหน้าทาปาก แต่เราจะถ่ายแบบมองเห็นวิว เห็นบริบทด้านนอก มีความหมายมากกว่าแค่แต่งหน้าอยู่ ให้เห็นรายละเอียดว่าแต่งที่ไหน กี่โมง ให้บ่าวสาวมาดูแล้ว อ๋อ นึกบรรยากาศและความรู้สึกตอนนั้นได้ เราอยากให้เขาได้มากกว่าที่คาดไว้ ให้ภาพเล่าเรื่อง มีบริบทและรายละเอียดต่างๆที่เขาอาจไม่คิดว่าจะได้ภาพพวกนี้มาด้วย”
แน่นอนว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างสรรค์ผลงานคือ เหล่าทีมงานช่างภาพที่พิถีพิถันทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผน แบ่ง “วัตถุดิบ” ที่มีให้ได้สัดส่วนพอเหมาะ ผสมผสานจนออกมาเป็นภาพถ่ายที่ “รสชาติ” กลมกล่อมลงตัวเช่นนี้



“หลักสำคัญที่ทำให้เราได้งานออกมาดีตามต้องการ นั่นคือการแบ่งงานที่ดี” คุณออมเล่าเคล็ดลับให้เราฟัง “อย่างพี่ตั๊กเป็นผู้ชาย ออมเป็นผู้หญิง ทำให้เรามีมุมมองที่แตกต่างกัน ซึ่งเอื้อต่อการแบ่งหน้าที่ของเรา พี่ตั๊กจะเน้นมุมอลังการ decorate กว้างๆ ส่วนออมจะเป็นแบบเน้นเจาะฟีลลิ่ง ใกล้ชิดบ่าวสาวมากกว่า เช่นเข้าไปห้องแต่งตัว ไปดูรายละเอียดเจ้าสาว เพราะออมเป็นผู้หญิง จะเข้าใจว่าเจ้าสาวให้ความสำคัญส่วนไหน ผู้หญิงอยากเน้นส่วนไหน และเราก็เคยผ่านงานแต่งงานมา ทำให้เข้าใจว่าตอนเขาแต่งงานรู้สึกยังไง ซึ่งกว่าจะแบ่งกันลงตัวแบบนี้ก็ใช้เวลาปรับกันมาเรื่อยๆ”
การถ่ายภาพนั้นไม่ต่างจากการชงกาแฟซึ่งต้องกำหนดเวลาและอุณหภูมิให้พอเหมาะ หากผิดจังหวะไปย่อมเสียรสชาติที่เข้มข้น Coffeoto จึงใส่ใจทุกรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ “ช็อต” ที่ต้องการ
“งานวันจริงมันผ่านแล้วผ่านเลย เราจึงต้องแบ่งให้แม่น ใครถือเลนส์อะไร ถ่ายช่วงไหน เราจะซีเรียสกับการถามเจ้าสาวว่า วันงานมีอะไรสำคัญบ้าง คนสำคัญที่เกี่ยวข้อง ตารางงานต่างๆเราต้องรู้หมด เพราะเราไม่ได้ตัวติดกันกับทีมงานทุกคน จะได้บอกทีมได้ถูกต้องว่าใครจะอยู่ตรงไหน”



“ช่างภาพต้องอยู่ถูกที่ถูกเวลา จึงจะได้ภาพที่ดี เช่นเวลากอด ต้องรู้ว่าอยู่มุมไหนแล้วจะได้รูปที่สวย จัดไฟ แสงและเงาได้ตามกำหนด เราต้องแม่นทุกอย่าง เพราะฉะนั้นเราเน้นการแบ่งหน้าที่ในการทำงานเพื่อให้ได้รูปครบและออกมาดีที่สุด”
คุณตั๊กและคุณออมทิ้งท้ายเคล็ดลับการเลือกช่างภาพงานแต่งให้บ่าวสาวว่า จุดสำคัญคือต้องศึกษาผลงานของช่างภาพ และคุยกันให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจเลือกช่างภาพ
“แนะนำให้ดูผลงานของช่างภาพให้ละเอียด ดูหลายๆอัลบั้ม ให้เยอะพอที่จะรู้ว่าการทำงานของเขาเป็นยังไง ภาพจะเล่าเองว่าบุคลิกช่างภาพเป็นแบบไหน”




“อีกอย่างคือ ก่อนตัดสินใจจองให้โทรไปคุยว่าถูกใจกันไหม ไม่ใช่แค่คุยไลน์หรือเฟซบุ๊ค เพราะช่างภาพต้องใกล้ชิดบ่าวสาวมากในวันงาน ถ้าคุยกันไม่ถูกคอถูกใจ จะทำงานลำบากในวันจริง และควรคุยเรื่องราคาให้ชัดเจนก่อนจะตกลงกัน ลงรายละเอียดต่างๆ ทั้งเรื่องสถานที่ถ่ายพรีเวดดิ้ง จำนวนชั่วโมงที่ทำงานให้ในวันจริง ฯลฯ ถ้าคุยกันยังไม่ชัดเจน อย่าเพิ่งตัดสินใจตกลง อย่างของเราจะระบุชัดเจนทุกอย่าง ตกลงกันให้พอใจทั้งสองฝ่าย คุยกันเหมือนเพื่อน อาจจะไม่ใช่แนวลูกค้าคือพระเจ้า เพราะเราเชื่อว่าการคุยกันแบบเพื่อน เราให้ใจกันมากกว่า
ติดต่อร้านค้านี้โทร 08653320xx (กดเพื่อดู)