

รักเกิดที่ออฟฟิศ
สโลแกนงานเราคือ Work Love Balance จัดกันในธีมออฟฟิศ เพื่อสื่อถึงบ่าวสาวที่ได้เจอและรักกันที่ที่ทำงานค่ะ แขกทุกคนสามารถใส่ชุดทำงานมาได้ ไม่จำเป็นต้องไปตัดชุดใหม่ ที่ สยามสมาคม (The Siam Society) ซึ่งเป็นสถานที่แต่งงานของเรา จะมีกาแฟ น้ำ ขนมเตรียมไว้ให้ เหมือนมาอยู่กันในออฟฟิศจริงๆ มีกิมมิคอย่างแรกที่แขกจะได้ก่อนเข้างานคือบัตรพนักงาน ปริ้นท์กันสดๆ จะเป็นภาพที่ถ่ายร่วมกับบ่าวสาวก็ได้ หรือภาพถ่ายเดี่ยวๆของตัวเองกับมุมต่างๆในงานก็ได้ค่ะ







อวยพรแนวใหม่…ต้องใช้กระดานดำ!
เราเปลี่ยนจากการใช้สมุดธรรมดา มาให้แขกเขียนอวยพรบนกระดานดำแทนค่ะ มีรูปประกอบเป็น Love Chart เริ่มตั้งแต่ตอนรักกัน แต่งงาน ไปจนถึงตอนแก่ สามารถใช้เป็นฉากถ่ายรูปได้ด้วยในตัว และแขกก็ไม่ต้องก้มโค้งเขียนอวยพร ส่วนแบ็คดรอปก็ออกแบบให้มีทั้งมุมนั่งและมุมยืน เพื่อให้ได้ภาพที่มีมิติ ไม่ได้เป็นแค่ภาพถ่ายหน้าตรงอย่างเดียว






สำหรับการ์ดเราเตรียมไว้ให้แขกสองส่วน ส่วนแรกคือการ์ดแต่งงานที่มีลักษณ์เป็นบัตรพนักงาน ด้านหลังเป็นตารางเวลาเหมือนสมุดออแกไนซ์ สื่อว่างานแต่งงานของเราเป็นเหมือนการเลื่อนตำแหน่ง ที่เปลี่ยนจากการศึกษาดูใจกันมาเป็นใช้ชีวิตร่วมกัน และอีกส่วนคือ Thank you card เพราะจากประสบการณ์ที่เราได้ไปงานแต่งงานของคนอื่นๆ เราสัมผัสได้ว่าบ่าวสาวอยากคุยกับเราให้ได้มากกว่านี้ แต่ทำไม่ได้เพราะไม่มีเวลา เราเลยอยากส่งแทนความรู้สึกนี้ให้กับแขกที่ตั้งใจมาร่วมงานทุกคน มากกว่าแค่คำพูดว่า ‘ขอบคุณนะที่มา’ หรือ ‘มาถ่ายรูปกัน’ การ์ดแต่ละใบเราเขียนเองหมด มอบให้คุณพ่อคุณแม่ก่อนเพื่อแทนการตัดเค้ก แล้วจึงจะแจกให้คนอื่นๆ ค่ะ

เปลี่ยนจากโยนช่อดอกไม้เป็น Lucky Draw ลูกโป่ง
ไหนๆเราก็ตั้งใจจัดธีมออฟฟิศกันแล้ว เลยคิดว่าล้อไปกับวิธีที่คนในออฟฟิศเขาจับฉลากท้ายปีด้วยเลยแล้วกัน วิธีนี้ทั้งแขกผู้หญิงและแขกผู้ชายจะได้มีโอกาสร่วมสนุกเท่าๆกันหมด เราติดสติกเกอร์ไว้ใต้เก้าอี้ หนึ่งสติ๊กเกอร์ต่อหนึ่งโต๊ะ ตัวแทนของแต่ละโต๊ะจะได้ออกมาจับฉลากลูกโป่งซึ่งมีแบงค์พันอยู่ ใครจับได้ก็เป็นผู้โชคดีไป เก๋และมีประโยชน์กว่าโยนดอกไม้เยอะเลย

แนะนำบ่าวสาว
คุยกับเจ้าบ่าวและคนในครอบครัวเยอะๆ : จะได้รูปแบบงานออกมาตรงใจเรา ยุคนี้งานแต่งงานไม่ได้ต้องตายตัวเหมือนสมัยก่อน สามารถปรับให้เข้ากับความชอบของเราได้ไม่ยาก
เก็บประสบการณ์จากการไปงานคนอื่น : เวลาไปงานแต่งงาน เราจะได้เห็นภาพรวมของงานทั้งหมด ให้คิดไว้ตั้งแต่ตอนนั้นเลยว่าชอบหรือไม่ชอบตรงไหนบ้าง อันไหนที่ดีก็เก็บมาใช้เป็นไอเดีย อันไหนไม่ชอบก็ปรับก็เปลี่ยนกันไป