
The Apothecary Venue สถานที่แต่งงานที่แขกทุกคนหลงรัก
ตอนหาสถานที่ เราไปดูหลายที่เลยค่ะ ทั้งแบบโรงแรมและแบบ Outdoor แล้วก็กลับมาคิดภาพงานที่อยากได้ งานเรามีแขก 250 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น และแน่นอนว่าวันงานบ่าวสาวไม่มีเวลามาเทคแคร์ทุกคน จึงอยากได้งานที่แขกสามารถเอ็นจอยตัวเองได้ ถ้าเขามีพื้นที่ให้ยืนคุยกัน ฟังเพลงเพลินๆ มีมุมให้ถ่ายรูปเล่น เขาก็จะมีความสุขกับงานเรา ซึ่ง The Apothecary Venue ตอบโจทย์เราได้ค่ะ สถานที่สวยทุกมุม ได้อารมณ์ธรรมชาติแบบที่ชอบ แถมไม่เสียงบบานปลายจากการตกแต่งด้วย



ไม่ต้องจ้างออแกไนซ์ก็จัดงานง่าย ได้ครบแบบ All in one
ตาลไม่ได้จ้างออแกไนเซอร์ค่ะ เพราะจัดงานที่ The Apothecary Venue มีคนช่วยทุกอย่างอยู่แล้ว หลังจากที่ตกลงแต่งงานที่นี่ ทางสถานที่จะมีใบเช็คลิสต์เป็นเหมือนการบ้านมาให้ค่ะ มีบอกว่าช่วงนี้ต้องทำอะไร พบกันคราวหน้าต้องคิดอะไรมาส่ง เป็นสเต็ปมาเลย มีคนช่วยไกด์ จากที่ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง ก็เข้าใจและเห็นภาพชัดขึ้น ออแกไนเซอร์จึงไม่จำเป็นค่ะ นอกจากนี้ทีมตกแต่ง อาหาร รันคิว เราก็ไม่ต้องมานั่งหาเอง เพราะในแพ็กเกจมีทุกอย่างรวมอยู่แล้ว แบบ All In One เลย ซึ่งช่วยให้เตรียมงานง่ายขึ้นเยอะค่ะ







ตกแต่งงานสวยถูกใจ ในธีมสี Brick & Teal
ตาลอยากให้งานออกมาดูสบายๆ จึงตกแต่งโดยใช้สี Brick(สีส้มอิฐ) กับ Teal(สีเขียวอมฟ้า) เป็นหลักค่ะ เป็นสีที่ตาลชอบ ไม่ค่อยมีคนใช้ แถมให้ความรู้สึกสดชื่น ซึ่งพอแขกเข้างานมาจะเห็นวงดนตรีอยู่ทางขวามือค่ะ เป็นดนตรี Acoustic ฟังเพลินๆ ด้านซ้ายมือจะเป็นซุ้มแจกหมวกและพัด ให้แขกใช้คลายร้อนและเป็นพร็อพถ่ายรูปเล่น เดินเลยไปจะเป็นห้องกระจกที่เราทำเป็นจุดลงทะเบียนค่ะ ส่วนนี้จะตกแต่งด้วยดอกไม้ตามธีม เรียงของชำร่วยที่เราเลือกเป็นเทียนหอมรูปดอกไม้เข้ากับสถานที่ไว้สวยงาม มีกรอปรูปบ่าวสาวเล็กๆ วางตามจุด และมีกรอปรูปใหญ่อยู่ใกล้ๆ กันค่ะ



ในสวนที่ใช้เป็นลานพิธีการ เราจัดเรียงเก้าอี้สำหรับแขกแบ่งเป็น 2 ฝั่ง เว้นตรงกลางเป็นทางเดิน และมีร่มคันใหญ่ช่วยคลายร้อนให้ด้วย งานเราไม่มีเวทีค่ะ จะใช้ส่วนข้างหน้าที่ทางสถานที่เขามีตกแต่งอยู่แล้ว ประดับชื่อบ่าวสาวลงไปตรง Backdrop ซึ่งก็ดีค่ะ เพราะไม่ทำให้มีระยะห่างกับแขก ไม่เป็นทางการจนเกินไป





สำหรับการตกแต่งใน Luna Hall เปิดประตูเข้าไปมองตรงจะเจอสเตชั่นเค้ก ที่มีทั้งคัพเค้กและเค้กปอนด์ ซึ่งอร่อยมาก คนชมเยอะเลยค่ะ ตรงนี้ตกแต่งตามธีมได้สวยมาก ที่วางเค้กเขาใช้ไม้จริงๆ ดูธรรมชาติ เข้ากับด้านนอก ลงตัวเลยค่ะ ทางขวามือจัดเป็นโต๊ะยาวตกแต่งด้วยดอกไม้ 2 โต๊ะ 48 ที่นั่ง สำหรับญาติผู้ใหญ่
ส่วนทางซ้ายจะเป็นสเตชั่นอาหารสำหรับแขกที่ยืนค็อกเทล ซึ่งอาหารที่ใช้ทาง The Apothecary Venue จัดให้ทั้งหมดค่ะ แขกที่นั่งจะมีอาหารหลัก 2 อย่าง ส่วนค็อกเทล เขาก็จัดได้น่ารักค่ะ มีลูกเล่นน่าสนใจ เราสามารถเลือกซอสให้ตรงตามสีธีมงานได้ด้วย ซึ่งฟีดแบคแขกดีมากค่ะ ชมว่าอร่อยกันหมดเลย




เพิ่มสีสันให้งานแต่ง ด้วยชุดแขกในงาน
ชุดเพื่อนเจ้าสาว ตาลให้เป็นสี Brick ค่ะ ส่วนชุดเพื่อนเจ้าบ่าวจะเป็นเสื้อเชิ้ตขาว ทับด้วยเสื้อกั๊ก ดูสบายๆ เหมือนงานฝรั่ง ส่วนแขกในงาน เราระบุในการ์ดไว้ 5 สีค่ะ มี Brick,Ivory,Wine,Grey และ Teal แขกก็จะงงเหมือนกันว่าให้เลือกเยอะจังเลย (หัวเราะ) คือที่ให้เลือกหลายสีเพราะเราไม่อยากให้แขกไปซื้อใหม่ อีกอย่างคือ ตาลชอบให้ในงานมีหลายๆ สี มันดูเหมือนคนมาปาร์ตี้ มีสีสันดีค่ะ
.jpg?width=720)







พิธีซึ้งกินใจ กับการเต้นรำสร้างโมเม้นท์น่ารัก
งานของตาลไม่ได้มีพิธีการอะไรมากค่ะ ไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็เสร็จแล้ว เริ่มที่บ่าวสาวเดินเข้าไปที่ลานพิธี แล้วพ่อแม่และเพื่อนก็จะอวยพร จากนั้นเจ้าบ่าวมีเซอร์ไพรส์ให้ตาลค่ะ เป็นกล่องของขวัญที่เปิดมาข้างในเป็นรองเท้าปัก hubby-wify ที่ตาลเคยบอกว่าน่ารัก แต่เขาทำเหมือนไม่สนใจ ซึ่งตอนแรกตาลก็นึกว่ามีแค่นั้น แต่กลับมีแหวนด้วย เลยมีช่วงสวมแหวนเพิ่มเข้ามา เสร็จแล้วพิธีกรก็สัมภาษณ์เซอร์ไพรส์บ่าวสาวต่อเลยค่ะ ไม่มีบอกเราก่อน(หัวเราะ) เป็นคำถามตลกๆ ให้แขกฟังแล้วรู้สึกอบอุ่น แล้วเราก็ไปถ่ายรูปรวม และต่อด้วยโยนดอกไม้ที่บันไดหน้าทางเข้า Luna Hall ค่ะ


.jpg?width=720)
จากนั้นก็เริ่มทานอาหาร ตอนนี้คนก็จะเข้ามาแสดงความยินดีและถ่ายรูปกับบ่าวสาว สักพักเราก็ไปตัดเค้ก และนำไปมอบให้พ่อแม่ แล้วก็มาเต้นรำค่ะ ที่เพิ่มช่วงนี้เข้ามาเพราะเราคิดว่า แขกให้เกียรติมางานแต่งงานของเรา ก็เลยอยากให้เขาได้เห็นโมเม้นท์น่ารักๆ ของเราสองคนค่ะ
เราประทับใจงานที่ออกมาทั้งหมดเลยค่ะ ตั้งแต่ติดต่อทาง The Apothecary Venue ว่าจะไปดูสถานที่ เขาดูแลและให้ความช่วยเหลือดีมาก แล้วตอนที่คุยงาน เราไม่ต้องมาอธิบายเยอะเลยค่ะ ว่าต้องการอะไร สามารถไว้ใจได้เลยว่าเขาจะทำได้ตรงใจเรา แม้กระทั่งเรื่องอาหารเขาก็ช่วยแนะนำการเลือกให้ด้วย ซึ่งทุกอย่างก็ออกมาดี งานผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ
แนะนำบ่าวสาว
ตั้งโจทย์ให้ชัด : ดูว่าเราชอบอะไร ต้องการงานแต่งสไตล์ไหน และแขกเป็นยังไง แล้วการจัดงานจะง่ายขึ้นค่ะ
เลือกสิ่งที่เราชอบ : อย่าเลือกตามที่คนอื่นบอกว่าดี เพราะสุดท้ายแล้ว พอเห็นงานที่ออกมาแล้วจะเครียด เมื่อสิ่งที่ได้มันไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่สิ่งที่เราชอบค่ะ
