สถานที่แต่งงานอบอุ่นเรียบง่าย ได้บรรยากาศ @Rustic & Blue Farm เชียงใหม่
คู่ออมเราเริ่มวางแผนงาน เตรียมตัวกันประมาณ 7 เดือนค่ะ เริ่มจากการคิดรูปแบบงานก่อน เราทั้งคู่มีความคิดคล้ายกันคืออยากได้งานที่เรียบง่าย ไม่มีพิธีรีตรอง เป็นงานเล็กๆ แต่อบอุ่น เชิญแต่เฉพาะญาติ เพื่อนที่สนิทกันจริงๆ โดยมีแขกทั้งหมดประมาณ 120 คน ถัดจากนั้นเราก็เริ่มหาสถานที่แต่งงาน ไปดูตามโรงแรม แต่ส่วนใหญ่มักจะมาเป็นแพ็คเกจที่รวมขั้นตอนแห่ขันหมาก รดน้ำ ยกน้ำชา ซึ่งบางส่วนอาจเกินจากความต้องการของเรา บวกกับเราอยากได้งานแบบ Outdoor เพราะคิดว่าน่าจะเข้ากับบรรยากาศฤดูหนาวในวันที่จัดงานพอดี สุดท้ายเลยมาลงเอยที่ Rustic & Blue Farm เชียงใหม่
ที่นี่นอกจากตัวสถานที่จะสวย มีความเป็นธรรมชาติแล้ว ปกติก็จะมีการจัดงาน Farm Dinner เป็นประจำ ดังนั้นจึงสามารถจัดการเรื่องแคเทอริ่งให้เราได้เลย มั่นใจได้ว่าอาหารอร่อย
ส่วนเรื่องเวลา เราเลือกให้มีพีเรียดเดียวคือ บ่ายแก่ๆ จนถึงเย็น ทั้งนี้ก็เพื่อลดความยุ่งยากในการเดินทางของแขก และสะดวกสบายกว่าเพราะไม่ต้องตื่นเช้า จะได้ไม่เหนื่อยกันทั้งบ่าวสาวและแขกค่ะ (หัวเราะ)
เฉดสีที่เข้ากับธรรมชาติ
คอนเซ็ปต์ของเราคือ Rustic Winter Farm Wedding ธีมสีหลักเป็นสีจากธรรมชาติ อย่างสีน้ำตาล ขาว และเขียว ส่วนเดรสโค้ดจะเป็นสี Pantone สามสี คือ Iced Coffee, Brown และ Cream
การ์ดแต่งงานออมเป็นคนออกแบบเอง ทำเป็นสไตล์มินิมอลโทนสีขาวน้ำตาล โลโก้ใช้ตัวอักษรย่อชื่อบ่าวสาว โดยในการ์ด 1 เซ็ตจะมีทั้งหมด 5 ใบ คือการ์ดเชิญภาษาไทย/ การ์ดเชิญภาษาอังกฤษ/ Wedding Timeline / แผนที่และ QR Code Google Map และสุดท้ายคือ Message for newlywed ซึ่งออมตั้งใจทำเผื่อสำหรับคนที่ไม่ได้มาร่วมงาน จะได้มีโอกาสเขียนอวยพรเรา ฟีดแบคตรงนี้กลับมาดีมากๆ บางคนแต่งกลอนมาให้ บางคนก็วาดรูปมา มีประดิดประดอยตกแต่ง เห็นถึงความตั้งใจของแต่ละคนเลยค่ะ
ที่สุดของความทรงจำ
สำหรับของชำร่วย ออมเลือกใช้ซีดีเพลงพระราชนิพนธ์ เพราะอยากให้ของที่เราให้แขกนั้นมีคุณค่าและสามารถใช้งานได้จริง ยิ่งช่วงที่เราเตรียมงานกัน เป็นช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชสวรรคตด้วย จึงคิดกันว่าอยากจะทำของที่ระลึก เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ โดยเราทั้งสองคนช่วยกันคัดเลือกเพลง ออกแบบปก และรูปแบบแผ่นซีดีด้วยตัวเอง
ส่วนของรับไหว้ที่ใช้ในพิธี ออมใช้เป็นชุดรับไหว้ Mini Blossom Set ซึ่งประกอบด้วยถ้วย 2 ใบ ตะเกียบ 2 ชุด พร้อมกล่องและถุงเข้าชุดสวยงาม เหมาะกับแขกผู้ใหญ่เป็นอย่างยิ่งค่ะ
จุดเดียวสวยครบคุ้ม!
การตกแต่งงานโดยรวม จะเป็นการออกไอเดียและทำงานร่วมกันระหว่างเรากับทีม Ructic & Blue แรงบันดาลใจหลักๆ เราได้มาจาก Pinterset ประมาณ 80% สำหรับมุมลงทะเบียน เราตั้งใจให้เป็นแกลอรี่ไปในตัว จึงใช้โต๊ะขนาดใหญ่สองตัวมาปูผ้าดิบสีขาวลงไปให้ได้ฟีลรัสติก แล้วใช้รูปพรีเวดดิ้งมาอัดกรอบด้วยขนาดต่างๆ ตกแต่งเพิ่มด้วยเทียน และดอกไม้ในโทนขาวเขียวค่ะ
อีกส่วนที่เราตั้งใจทำกันมากที่สุดคือ Reception Table เพราะหลังจากเข้างานแล้วแขกส่วนใหญ่จะนั่งอยู่ที่โต๊ะ เราจึงเลือกเป็นแบบ Long Table + Sit down dinner บนโต๊ะจะตกแต่งด้วย Table Runner สีขาว และ Garland สีเขียวเป็นแนวยาว
เราแบ่งโต๊ะออกเป็นทั้งหมด 10 โต๊ะ ตามแขก 10 กลุ่ม แต่ละโต๊ะจะมีหมายเลขโต๊ะ เทียนในโหลแก้วซึ่งมีโลโก้บ่าวสาวและเทียนตกแต่ง ส่วนที่นั่งของแขกก็จะมีป้ายชื่อของแขกท่านนั้น ผ้าเช็ดปาก เมนู และของชำร่วย
อีกหนึ่งในไฮไลท์ของงานที่คนชอบกันมากน่าจะเป็น Wedding Arch ที่เขียนว่า We decided on forever เพราะมีความหมายที่ดี เหมือนกับว่านับจากวันนี้เป็นวันที่เราตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอดไป
โดย Wedding Arch นี้ นอกจากจะใช้ในพิธีสู่ขอและสวมแหวนแล้ว ภายหลังจะกลายมาเป็นฉากโต๊ะผูกข้อมือบ่าวสาว และเป็นแบ็คดรอปสำหรับถ่ายรูปด้วยค่ะ
อาหารเราเลือกจัดแบบบุฟเฟ่ต์เพื่อให้แขกสนุกกับการเดินเลือกอาหาร ในไลน์อาหารก็จะถูกตกแต่งอย่างสวยงาม มีโต๊ะสำหรับแขกผู้ใหญ่ VIP ซึ่งส่วนนี้จะเป็นชุดอาหาร และมีบริการจัดเสิร์ฟที่โต๊ะค่ะ
พิธีการของเราในช่วงเย็นจนถึงค่ำจะเป็นแบบเรียบง่าย มีทานอาหารกัน พูดสปีช ตัดเค้ก แล้วก็ Celebrate
ทิปส์ดีๆ สำหรับคนที่อยากจัดงานเอ้าท์ดอร์
ออมแนะนำว่าสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศคือสิ่งที่ต้องคำนึงให้มากสำหรับการจัดงานเอ้าท์ดอร์ค่ะ อย่างของงานออมเองเราจัดในเดือนมกราคมซึ่งปกติควรจะเป็นฤดูหนาว แต่ปรากฏว่าก่อนถึงวันงานฝนตกทุกวันเกือบหนึ่งอาทิตย์ เจ้าสาวแทบร้องไห้ ดูพยากรณ์อากาศทุกวันเลยค่ะ ญาติและเพื่อนๆ ต่างถามถึงแผนสำรอง แต่ด้วยความที่สถานที่จัดงานเป็นเอ้าท์ดอร์ 100% ไม่มีตัวอาคาร แผนเดียวที่เตรียมได้คือต้องพึ่งเต้นท์ แต่โชคดีที่วันจัดงานของเราเป็นวันเดียวของทั้งสัปดาห์ที่อากาศสดใส เลยไม่มีปัญหา
อีกปัจจัยที่ต้องเตรียมพร้อมให้ดีคือสเปรย์กันยุง ออมวางไว้ตามโต๊ะให้แขกหยิบใช้ได้สะดวก หรือถ้าที่ไหนยุงเยอะมากๆ พัดลมก็เป็นตัวช่วยที่ดีเลยค่ะ
จากที่กล่าวมาทั้งหมด เราสองคนรักงานแต่งของเรามาก เพราะเป็นงานที่รวมคนที่เรารักไว้ครบทุกคน เราได้ทำในแบบที่ตั้งใจ และเพราะเป็นงานเล็กๆ บ่าวสาวจึงได้มีโอกาสคุยกับทุกคน ถ่ายรูปกับทุกคน กอดทุกคนแทนคำขอบคุณ และมีความสุขมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อแขกทุกคนก็ชอบงานของเราด้วยเช่นกันค่ะ
แนะนำบ่าวสาว
การวางแผนสำคัญมาก : ยิ่งเราทำเองเกือบทุกอย่าง และไม่ได้อยู่ในจังหวัดยอดฮิตของการจัดงาน การทำ Check-list ออกมาจะช่วยได้มากเลยค่ะ บางอย่างที่เราลืมหรืออาจจะนึกไม่ถึง แค่ทำตาม Guideline อันนี้ไป ก็จะช่วยให้การจัดงานราบรื่นขึ้นได้ไม่ยาก
อย่าเครียดกับการจัดงานมากค่ะ : พยายามผ่อนคลายและเอนจอยไปกับงาน ไม่มีอะไรเพอร์เฟ็กต์ 100% อยู่แล้ว มีความสุขไปกับช่วงเวลาที่เกิดขึ้นดีกว่าค่ะ