

Courtyard by Marriott Bangkok Suvarnabhumi Airport สถานที่แต่งงานใกล้สนามบิน เดินทางสะดวก
จริง ๆ โจทย์การหาสถานที่แต่งงานของลิลลี่คืออยากได้ฟีลสวน บรรยากาศเขียว ๆ สบายตา แต่ปัญหาคือเราแต่งงานเดือนสิงหาคม ตรงกับฤดูฝนพอดี จึงเริ่มหาสถานที่ในร่มที่ยังให้ฟีลใกล้เคียงสวน แล้วต้องตอบโจทย์เรื่องความสะดวกกับใกล้สนามบิน เนื่องจากเจ้าบ่าวเป็นคนออสเตรเลีย และมีแขกต่างชาติมาด้วยค่ะ



เมื่อมาเจอ Courtyard by Marriott Bangkok Suvarnabhumi Airport (โรงแรมคอร์ทยาร์ด โดย แมริออท แบงค์คอก สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ท) ก็ตอบโจทย์เลยค่ะ อย่างแรกคือความสะดวกสบาย เพราะมีที่จอดรถใต้ดินเชื่อมตรงถึงห้องจัดงานได้เลย ไม่ต้องกังวลว่าแขกจะหลงทาง และไม่ต้องกลัวแขกจะต้องตากฝนหากฝนตก เรื่องต่อมาคือทำเลที่ตั้งที่ใกล้บ้านของลิลลี่ แขก และใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ เดินทางง่ายกับทุกฝ่าย
ที่สำคัญสถานที่สวยมาก มีกระจกมองเห็นวิวธรรมชาติ มีบริเวณสระว่ายน้ำ โซนสวนที่ไปถ่ายรูปได้ ซึ่งโดยรวมแล้วทำให้รู้สึกว่า ถึงเราจะจัดงานในห้อง แต่ก็ยังได้ฟีลใกล้เคียงกับธีมสวนที่ลิลลี่อยากได้ตั้งแต่แรกค่ะ



ตกแต่งธีมสีเขียว แซมดีเทลด้วยเลมอนดูสดใส
แม้งานเลี้ยงฉลองจะเปลี่ยนมาจัดในห้องบอลรูมของโรงแรม แต่ลิลลี่ก็ยังคงคอนเซ็ปต์ที่ต้องการบรรยากาศที่ดูธรรมชาติ ได้ฟีลสวนอยู่ค่ะ จึงเลือกสีเขียวเป็นธีมสีหลัก โดยทั้งงานจะตกแต่งด้วยดอกไม้ ใบไม้ หญ้าจำลองคล้ายสวน แล้วเพิ่มดีเทลงานผ้าที่มีความพลิ้วไหว และใส่กิมมิกเล็ก ๆ เป็นเลมอนแซมให้ดูมีความสดใสค่ะ




ตรงโถงก่อนเข้างาน จะมีจัดเป็นมุมต้อนรับ มีโซนแกลเลอรีที่นอกจากภาพใหญ่ที่ติดอยู่กับฉากไม้แล้ว ก็ยังมีจัดมุมสำหรับวางภาพใส่กรอบเล็ก ๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่นด้วยค่ะ ส่วนของ Backdrop เพื่อให้ดูเต็มสวย เราก็ได้ทำฉากความกว้าง ความสูง ชิดผนังกับเพดานเลย
ในห้องจัดงาน เราตกแต่งบริเวณเวทีให้เข้ากับธีมงาน และยังใช้จอ LED เปิดโมชั่นที่ดีไซน์มีความพลิ้วไหวเข้ากับดีเทลผ้าที่ตกแต่งด้วยค่ะ


สำหรับอาหาร ลิลลี่เลือกจัดเลี้ยงแบบโต๊ะจีน เพราะแขกส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ เป็นเพื่อนของคุณพ่อคุณแม่ จึงอยากให้นั่งสบาย ๆ ไม่ต้องเดินตักอาหารเองค่ะ ซึ่งเรื่องอาหารต้องชมมาก ๆ เลย เพราะแขกทุกคนชมเป็นเสียงเดียวกัน โดยเฉพาะเมนูผัดหมี่ที่ได้รับคำชมว่าอร่อยมากค่ะ




พิธีการครบทุกโมเมนต์ พร้อมดีเทลงานแสนพิเศษ
งานแต่งงานของลิลลี่มีลำดับพิธีการเหมือนงานปกติทั่วไปเลยค่ะ เพียงแต่มีความพิเศษที่เราแทรกเข้ามานิดหน่อย เช่น ระหว่างรองานเริ่มก็มี Photo Booth ให้แขกถ่ายรูปเล่น ตอนเปิดตัวลิลลี่จะเดินมากับคุณพ่อคุณแม่ และเจ้าบ่าวจะมารับตัวลิลลี่ที่กลางห้อง เพื่อเดินขึ้นเวทีไปด้วยกันค่ะ





ช่วงตัดเค้ก นอกจากเค้กม็อคอัพแล้ว เราได้นำเค้กจริงทรงยาวที่กำลังฮิตเพิ่มเข้ามาด้วย มีการเป่าเทียนและใช้แก้วแชมเปญตัดเค้กเป็นกิมมิกค่ะ ช่วงโยนดอกไม้ ก็เปลี่ยนมาใช้วิธีดึงริบบิ้นแทน
และที่เป็นไฮไลต์เลยคือ ลิลลี่กับเจ้าบ่าวมี First Dance ด้วย นอกจากนี้ เนื่องจากเจ้าบ่าวชอบเต้นเป็นงานอดิเรก จึงมีโชว์เต้นมาเซอร์ไพรส์ ได้เอนเตอร์เทนแขกไปในตัวค่ะ





ของชำร่วย เราเลือกเป็น Utility Pouch กระเป๋าใส่ของสำหรับพกพาที่ลิลลี่ตั้งใจสั่งทำพิเศษกับโรงงานทำกระเป๋าของญาติ โดยเลือกผ้าด้วยตัวเองและบรีฟดีไซน์ให้เป็นแบบเฉพาะสำหรับงานแต่งนี้ จึงได้ของชำร่วยที่ไม่ซ้ำใคร และแขกยังนำไปใช้ได้จริงด้วยค่ะ



ลิลลี่อยู่ประเทศไทย ส่วนเจ้าบ่าวอยู่ออสเตรเลีย เหมือนการเตรียมงานจะยาก แต่จริง ๆ ไม่ได้ยากเลยค่ะ เจ้าบ่าวให้ลิลลี่เลือกสิ่งที่ชอบ และเรามีการคุยกันออนไลน์ตลอด ช่วงที่บรีฟหนักจริง ๆ จะเป็น 2 เดือนสุดท้าย ซึ่งตอนนั้นเจ้าบ่าวก็บินมาช่วยเตรียมงานด้วยค่ะ
นอกจากนี้ก็ยังได้เซลส์ของโรงแรมช่วยซัพพอร์ต ดูแลช่วยเหลืออย่างดี จัดการทุกอย่างที่เราต้องการได้ พนักงานก็ดี จึงไม่มีปัญหาอะไร แม้ในวันแต่งงานฝนจะตกลงมาจริง ๆ แต่ไม่มีอะไรติดขัดเลย แขกมาถึงตรงเวลา และไปจอดรถในอาคาร ก็เลยไม่เปียกแบบที่เราคิดไว้ จนรู้สึกว่าคิดถูกมากที่เลือกแต่งงานที่นี่ค่ะ




แนะนำบ่าวสาว
สื่อสารความต้องการให้ทีมงานเข้าใจตรงกัน : ต้องคุยกับทีมงาน ออแกไนเซอร์ และสถานที่ให้ชัดเจน ทุกฝ่ายเห็นภาพงานแบบเดียวกัน เพื่อให้งานออกมาตามที่ตั้งใจไว้จริง ๆ ค่ะ
เช็กให้ชัดว่าอะไรโรงแรมจัดหาให้ อะไรต้องเตรียมเอง : จะได้วางแผนงบและเวลาได้ถูกต้อง ไม่พลาดจุดไหนไปค่ะ
Photographer : nostalgic.bedroom
