

| ธีม/โทนสี | ขาวมินิมอล ผสมเอิร์ธโทน ชมพู เขียว |
| จำนวนแขก | แขกผู้ใหญ่กว่า 40 คู่ในพิธียกน้ำชา และเพื่อน ๆ เต็มห้องช่วง After Party |
| รูปแบบพิธี | พิธีหมั้นแบบประยุกต์ (ขันหมากจีน + สวมแหวน + ยกน้ำชา) ต่อด้วยพิธีเลี้ยงฉลองและ After Party |
| ไฮไลต์ | Backdrop สูง 3.6 เมตร, บันไดขาว 9 เมตร, ตัดเค้กด้วยแก้วแชมเปญ, โชว์เต้น K-Pop |
โม (เจ้าสาว) และบุ้ง (เจ้าบ่าว) เตรียมงานโดยหาข้อมูลจาก SabuyWedding เป็นหลักและเริ่มติดต่อโรงแรมเป็นอันดับแรกค่ะ ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้เราตัดสินใจเลือก Hotel Nikko Bangkok (โรงแรม นิกโก้ กรุงเทพฯ) นอกจากโลเคชั่นใจกลางเมืองแล้ว คือความ Flexible ของทีมงาน และการยกฟลอร์จัดงานให้เป็นของเราคนเดียวแบบ Private สุดๆ แขกไม่ต้องกลัวหลงงาน และที่สำคัญที่สุดคือข้อเสนอ Overnight Set-up ที่ให้เริ่มเซ็ตการตกแต่งได้ตั้งแต่คืนก่อนวันงาน ตอบโจทย์คู่ที่ลงมือทำเองทุกขั้นตอนแบบเรามาก ๆ ค่ะ


ตอนแรกเราตั้งใจจะจัดพิธี Vow Ceremony ค่ะ แต่เพราะมีแขกผู้ใหญ่เยอะ เลยปรับมาเป็นพิธีผสม ที่มีทั้งขบวนขันหมากจีนชุดเล็กพอเป็นกิมมิก เพื่อให้มีโมเมนต์กั้นประตูอย่างที่โมอยากได้ โดยมีแค่ 5-6 ประตู ก่อนที่บุ้งจะมารับตัวโม แล้วจึงเข้าสู่ช่วงสวมแหวน ยกน้ำชา รับไหว้ เราเลือกตัดช่วงวางสินสอดออกไปทั้งหมด เพื่อให้พิธีกระชับขึ้น เพราะช่วงยกน้ำชาของเรามีถึง 40 คู่ ก็ใช้เวลาไปร่วม ๆ 1 ชั่วโมงแล้วยค่ะ








งานเลี้ยงโมอยากให้ออกมาดูน้อยแต่มากค่ะ โมดูรีวิวเยอะมากเป็นเดือน ๆ จนรู้ว่าตัวเองชอบงานโครงสร้างสีขาว มินิมอล และมีดอกไม้แค่ประมาณนึง ด้วยความที่เรารู้จักพาร์ทเนอร์ที่ทำอีเวนต์เยอะ เลยให้เค้าช่วยทำตัวโครงสร้างไม้ให้ แล้วโมก็หาซับดอกไม้เข้ามาประกอบร่างกัน
สำหรับไฮไลต์ที่ตั้งใจมากคือ Backdrop ที่สั่งทำสูงถึง 3.6 เมตร กว้าง 6 เมตร พร้อมปูพรมขาวให้เต็มพื้นที่ เวลาถ่ายรูปออกมาจะได้ไม่มีพื้นสีอื่นหลุดเข้ามากวนสายตา ส่วนดอกไม้เน้นเอิร์ธโทน ชมพู ขาว เขียว วางในแนวตั้ง เพื่อให้ภาพรวมดูสูงโปร่งและสง่างามที่สุดค่ะ



ส่วนโซน Photo Gallery โจทย์ของโมคืออยากให้แขกได้เดินชมสตอรี่ความรักของเรา เหมือนเดินอยู่ในแกลเลอรีจริง ๆ ค่ะ เลยทำฉากสีขาวปรินต์รูปแปะเต็มผนัง มีมุมดอกไม้เล็กๆ แทรกอยู่


ส่วนบนเวทีในห้อง โมนำเข้าบันไดสีขาวยาว 9 เมตรมาวาง ปูพรมขาวทับ ตกแต่งกอดอกไม้เล็ก ๆ และใช้จอ LED ขนาดใหญ่ของโรงแรมฉาย Motion Graphic เน้นซีนธรรมชาติ ทั้งวิวหิมะ แสงเหนือ และทุ่งดอกไม้ รวม 5 ซีน เพื่อให้มู้ดของงานเปลี่ยนไปตามอารมณ์ของพิธีการค่ะ


เมื่องานหมั้นช่วงบ่ายเสร็จเรียบร้อย เราก็ไปเปลี่ยนชุด เพื่อกลับมาต้อนรับแขกในพืธีเลี้ยงฉลองช่วงค่ำต่อค่ะ ซึ่งถ้าถามถึงโมเมนต์ที่แขกอินที่สุด น่าจะเป็นช่วงที่โมเปิดตัวมาพร้อมกับคุณพ่อ แล้วเจ้าบ่าวก็เดินมาจากเวทีเพื่อมารับโม พร้อมคุกเข่ามอบช่อดอกไม้ จากนั้นเราก็เดินคู่กัน ท่ามกลางเพื่อน ๆ ที่โปรยกลีบดอกไม้ มันเป็นความรู้สึกที่เป็น Magical มาก ๆ ค่ะ เหมือนพ่อได้ส่งตัวเราให้คนที่จะดูแลเราต่อจากนี้จริง ๆ



พอเราอยู่บนเวที ประธานทั้ง 2 ฝั่งก็ขึ้นมากล่าวอวยพร ตามด้วยสปีชจากเพื่อน ๆ บ่าวสาว และเล่นเกม Kahoot ลุ้นของรางวัล ส่วนอีกหนึ่งไฮไลต์ที่เพื่อน ๆ ฮือฮามาก คือช่วงการตัดเค้กค่ะ โมไม่ได้ใช้มีดตัดเค้กแบบเดิม ๆ แต่เลือกใช้ 'แก้วแชมเปญ' ในการตักเค้ก ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังฮิต เพราะนอกจากจะเก๋ ถ่ายรูปออกมาดูคลาสสิกแล้ว ยังให้ความรู้สึกที่เป็นกันเองด้วย และปิดท้ายช่วงพิธีการด้วยการดึงริบบิ้นดอกไม้ค่ะ







แล้วก็มาถึงช่วง After Party ที่หลายคนรอคอย เพราะเพื่อน ๆ ของเราเป็นสายปาร์ตี้อยู่แล้วค่ะ โมเลยเตรียมเครื่องดื่มไว้แบบไม่อั้น พอเราเข้ามาในห้องอีกครั้งก็เซอร์ไพรส์ เพราะเพื่อนอยู่กันล้นห้องมาก (หัวเราะ) นอกจากจะมีการแสดงเต้น K-Pop ของโมในช่วงปาร์ตี้แล้ว ยังพิเศษตรงที่เพื่อนของโมขึ้นมาร้องเพลง “Thousand Years” เวอร์ชันเกาหลีให้เป็นของขวัญ มู้ดงานเลยดูเกาหลีขึ้นไปอีก หลังจากนั้นเราก็สนุกกับวงดนตรีสดและดีเจกันยาว ๆ จนถึงตี 1 ค่ะ




เรื่องอาหาร โมจัดแบบผสมผสาน มีทั้งบุฟเฟต์ โต๊ะจีนสำหรับแขก VIP และซุ้มอาหารอย่างบะหมี่เกี๊ยว ส้มตำ ไก่ย่าง บะหมี่ไก่ฉีก พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มยาวตั้งแต่เริ่มงานเย็น ทุกอย่างออกมาสนุกและแขกเอ็นเจอยไปกับเรา ตรงตามโจทย์ที่ตั้งใจไว้ พอจบงาน โมไม่มีความรู้สึกเสียดายอะไรเลยค่ะ



Photographer : Pencillense
