

| จุดเด่นสถานที่ | Riverside Lounge กระจกเต็มบานจรดเพดาน วิวสวนและแม่น้ำเจ้าพระยา ผนังลายทองและบันไดวนหินอ่อน |
| ธีม/โทนสี | Warm Elegance โทนเขียวรับวิว แต่งแต้มด้วยแดง ชมพู ทอง น้ำตาล |
| รูปแบบพิธี | พิธีทางศาสนาคริสต์ (Vow Ceremony) ช่วงเย็น ต่อด้วยงานเลี้ยงฉลองแบบบุฟเฟต์ |
| ไฮไลต์ | โมเมนต์ตอบรับพร้อมกัน "I Will" ดนตรีสดฮาร์ปและไวโอลิน ศิลปิน Live Painting โปสการ์ดพรีเวดดิ้งทำเอง |
วิวและคุณเอมิลี่คุยกันว่าอยากได้งานแต่งที่อบอุ่น หรูหรา และเป็นส่วนตัว แต่มีความเป็นไทยด้วย เพราะก่อนหน้านี้เราเคยจัดงานแต่งเล็ก ๆ กับครอบครัวที่อเมริกามาแล้ว เลยมองหาสถานที่ที่มีความโดดเด่นของศิลปะและสถาปัตยกรรมไทย บรรยากาศอบอุ่น มองเห็นวิวสีเขียว และมีแสงธรรมชาติส่องเข้ามา ซึ่ง Shangri-La Hotel, Bangkok (โรงแรมแชงกรี-ลา, กรุงเทพฯ) ตอบโจทย์ทุกด้านเลยครับ
ตอนไปดู Riverside Lounge เราแปลกใจมากที่รู้ว่าโซนนี้ยังมีคนใช้จัดงานแต่งไม่เยอะ และรู้สึกประทับใจมากครับ เพราะพื้นที่ดูโปร่งโล่ง กระจกเต็มบานจรดเพดานสูง มองเห็นวิวสวนกับแม่น้ำเจ้าพระยา ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีนวลตาและศิลปะสวย ๆ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เช่น ทางลาดสำหรับรถเข็น มีตัวเลือกอาหารมังสวิรัติ อาหารเจให้ด้วยครับ



เราอยากให้งานแต่งมีบรรยากาศอบอุ่น ดูเรียบหรู แต่ไม่ตกแต่งเยอะเกินไป เลยวางคอนเซ็ปต์เป็น Warm Elegance โดยเลือกใช้โทนสีเขียวให้เข้ากับวิวนอกหน้าต่าง สีแดงกับชมพูช่วยเพิ่มความโดดเด่นแต่ยังดูอบอุ่น และเติมสีทองกับน้ำตาลเล็กน้อย ให้เข้ากับดีไซน์ของ Riverside Lounge ครับ
เราตั้งใจให้การตกแต่งช่วยเสริมความสวยงามของสถานที่ โดยเฉพาะตรงจุดไฮไลต์อย่างผนังลวดลายสีทองกับบันไดวนหินอ่อน เลยเลือกใช้ผ้าและดอกไม้ห้อยระย้าลงมา เพื่อดึงดูดโฟกัสไปที่บันไดและผนัง ซึ่งจะไม่ใช้ฉากโครงสร้างอะไรเลย เพื่อให้ไม่ไปบดบังสถาปัตยกรรมสวย ๆ ครับ






บริเวณเวทีสำหรับทำพิธี Vow ceremony เราก็เลือกตกแต่งดอกไม้ โดยคงแนวคิดเดิมว่าอยากได้ความโปร่ง ไม่บดบังความสวยของฉากลายไทยด้านหลัง ส่วนแกลเลอรีบ่าวสาวใช้เป็นขาตั้งไม้จัดวางภาพพรีเวดดิ้ง และเลือกใช้มุมสวย ๆ ของสถานที่แทนฉากแบ็คดรอป ทำให้ได้ภาพที่ดูสวยยูนีคมากครับ




นอกจากนี้ยังมีกิมมิคเล็ก ๆ อย่างโปสต์การ์ดที่เราทำขึ้นเองจากรูปพรีเวดดิ้ง พร้อมตราประทับโลโก้ชื่อและวันที่ให้แขกได้ร่วมสนุก มีศิลปิน Live Painting มาวาดภาพให้แขกภายในงาน และมอบของชำร่วยเป็นสบู่ ที่เราออกแบบแพ็กเกจให้เข้ากับธีมงานด้วยครับ




ในช่วงเย็น แขกที่เดินทางมาถึงจะเขียนสมุดอวยพรบ่าวสาว รับของชำร่วย และร่วมเล่นกิจกรรมต่าง ๆ เมื่อถึงเวลาเริ่มพิธีจะมีเพลง ‘Until I found You’ ที่บรรเลงสดด้วยฮาร์ปและไวโอลิน
สำหรับช่วงเปิดตัวนี้ เจ้าบ่าวในชุดทักซิโด้สีแดงเบอร์กันดีจะเดินเข้างานมาพร้อมคุณแม่ ต่อด้วยขบวนเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวแต่งชุดสีแดงและชมพูตามธีม สุดท้ายเจ้าสาวในชุดปักลูกปัดสีชมพูอ่อนจะเปิดตัวลงบันไดวนมา โดยมีคุณพ่อเป็นผู้จูงมือ เป็นภาพที่สวยและตรึงสายตาแขกทุกคนเลยครับ






พิธีแต่งงานของเราเป็นพิธีทางศาสนาคริสต์ที่สวยงามและเรียบง่าย มีการกล่าวคำปฏิญาณต่อกันและแลกแหวน ต่อหน้าแถวที่นั่งของแขกที่จัดไว้เหมือนในโบสถ์ ซึ่งโมเมนต์หนึ่งที่เราประทับใจมากก็คือ การที่แขกร่วมตอบรับพร้อมกันว่า “I Will” เพื่อเป็นการสนับสนุนความรักของเรา ทำให้รู้สึกเหมือนทุกคนมีส่วนร่วมกับงานแต่งนี้จริง ๆ ครับ







หลังจาก Vow Ceromony เราจะมีช่วงเบรคให้แขกได้ทานของว่างและเครื่องดื่ม พร้อมเดินเล่นเพลิดเพลินกับวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผมกับเจ้าสาวก็ออกไปถ่ายรูปด้านนอก และมาถ่ายรูปร่วมกับแขกด้วยครับ ในระหว่างนี้พื้นที่ที่ใช้ทำพิธีช่วงเย็น จะถูกเปลี่ยนเป็นโต๊ะกลมสำหรับงานเลี้ยงอาหารค่ำครับ







ช่วงงานเลี้ยงฉลอง หลังจากเราเดินเปิดตัวเข้าสู่งานแล้ว ก็จะมีตัวแทนขึ้นมากล่าวสปีชสั้น ๆ ฝั่งผมจะเป็นเพื่อนชาวต่างชาติ 2 คน ส่วนฝั่งเจ้าสาวเป็นน้องสาวของเขาครับ ซึ่งเป็นช่วงที่ผมรู้สึกเอ็นจอยมาก เพราะเหมือนได้รับความรักจากพวกเขา จากนั้นจะเป็นช่วงตัดเค้ก โยนช่อดอกไม้ และปิดท้ายด้วยการเดินทักทาย ถ่ายรูปกับแขกตามโต๊ะต่าง ๆ ครับ







เราเลือกการจัดเลี้ยงแบบบุฟเฟต์ ซึ่งได้รับฟีดแบ็กจากแขกค่อนข้างดี หลายคนบอกว่าอาหารเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของงานเลยครับ โดยเมนูที่ได้ยินคำชมเยอะเป็นพิเศษคือ คอหมูผัดกะทิและเบอร์เกอร์สเต็กเนื้อ นอกจากนี้เรายังประทับใจที่ทางโรงแรมเขามีเมนูวีแกนและอาหารเจรองรับ แถมยังพยายามดูแลรายละเอียดเพิ่มเติมที่เราสอบถามไป ทำให้รู้สึกว่าเขาใส่ใจมากจริง ๆ ครับ


"เรารู้สึกได้ความอบอุ่นจากครอบครัว เพื่อน ๆ และแขกที่มาร่วมงาน ทุกคนมีส่วนร่วมและมาเพื่อสนับสนุนเราจริง ๆ ทำให้บรรยากาศในวันนั้นพิเศษ ซาบซึ้ง น่าจดจำมาก ๆ ครับ
นอกจากนี้ เรายังรู้สึกประทับใจและสบายใจในการบริการของโรงแรมมาก ๆ เซลล์ของที่นี่ดูแลซัพพอร์ตบ่าวสาวเต็มที่ ขออะไรไปก็ช่วยจัดการให้หมด จนรู้สึกเหมือนเขาสนับสนุนเรา มากกว่าเราสนับสนุนตัวเองด้วยซ้ำครับ ส่วนพนักงานก็คอยดูแลดีตลอด ไม่ว่าระหว่างวันเราจะขออะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ไป เช่น ขอเครื่องดื่ม หรือขอแจกันมาใส่ช่อดอกไม้ เขาก็จะรีบไปหามาให้ทันทีเลยครับ"



Photographer : KNOWS.
