

| ธีม/โทนสี | White & Greenery |
| จำนวนแขก | 70 ท่าน |
| รูปแบบพิธี | พิธีหมั้นไทย-จีน ต่อด้วย Sit Down Lunch |
| ไฮไลต์ | ดอกไม้สดกว่า 90%, คอร์สอาหารไทยเสิร์ฟแบบ Individual, ปิดพื้นที่ล็อบบี้ให้ความเป็นส่วนตัว |
น้ำกับพี่เอ็ม (เจ้าบ่าว) อยากได้โรงแรมริมน้ำในการจัดงานหมั้นค่ะ บรรยากาศเน้นความอบอุ่น เป็นกันเอง เพราะตั้งใจเชิญแขกคนสนิทเพียง 70 คน เท่านั้น เราลิสต์ไว้ไม่กี่ที่ และตัดสินใจวอล์กอินไป The Siam (โรงแรมเดอะสยาม) เป็นที่แรกค่ะ บอกเลยว่าประทับใจตั้งแต่แรกเห็น ทั้งสไตล์การตกแต่งของโรงแรมสวยคลาสสิกและมีเสน่ห์ คุมโทนในสีขาว-ดำ แซมด้วยต้นไม้สีเขียว ซึ่งสอดคล้องกับการตกแต่งงานหมั้นที่เราคิดภาพไว้ด้วยค่ะ ส่วนเซลล์ก็น่ารัก คุยแล้วทำให้เราสบายใจ จึงมั่นใจว่าถ้าจัดงานที่นี่จะลงตัวมาก ๆ ค่ะ




เราเลือกจัดงานหมั้นที่ The Courtyard เพราะว่าชอบบรรยากาศของโซนจัดเลี้ยง ที่แม้อยู่ในอินดอร์ แต่มีความคล้ายเอาท์ดอร์ สามารถรับแสงธรรมชาติได้ค่ะ ส่วน The Story House ที่ใช้เป็นห้องทานอาหารก็อยู่ใกล้กัน ทำให้แขกไม่ต้องเดินไกลด้วยค่ะ


สำหรับธีมตกแต่ง เราเลือกโทน White & Greenery โดยเน้นดอกไม้สีขาวเป็นหลักค่ะ และระบุชนิดดอกไม้ที่อยากได้ไว้ด้วย เช่น ดอกกุหลาบ ดอกไลเซนทัส และดอกกล้วยไม้ฟาแลนนอบซิสค่ะ เราใช้ดอกไม้สดถึง 90% เพราะอยากให้ทุกคนในงานได้สัมผัสถึงกลิ่นหอมและความสดชื่นค่ะ


ด้านบนของบริเวณที่เราทำพิธีหมั้น จะตกแต่งด้วยใบเฟิร์นของทางโรงแรมอยู่แล้ว พอใกล้วันงาน ทางโรงแรมก็น่ารัก ช่วยนำใบเฟิร์นมาตกแต่งเพิ่ม ทำให้งานดูสวยกลมกลืนไปกับโรงแรมยิ่งขึ้นค่ะ
จุดที่ตกแต่งหลัก ๆ จะมีจุดรับตัวเจ้าสาว ที่แต่งพุ่มดอกไม้และพื้นหญ้าไว้ข้างเก้าอี้ค่ะ ต่อมาเป็นจุดทำพิธี เราใช้ฉากหลังเป็นผ้าม่านสีขาว เพื่อให้ดูซอฟต์และพริ้วไหวค่ะ


ส่วนภายในห้องจัดเลี้ยง เราจัด Long Table เต็มพื้นที่ ตกแต่งด้วยดอกไม้บนโต๊ะอาหารค่ะ แต่ตรงโต๊ะบ่าวสาวจะเน้นดอกไม้เยอะเป็นพิเศษค่ะ




งานนี้ไม่มีแบ็คดรอปถ่ายภาพ ด้วยความที่มีแขกเพียง 70 คน และเป็นคนที่เรารู้จักดี เลยอยากให้งานดูกันเองจริง ๆ จะถ่ายภาพกันตรงไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องยืนนิ่ง ๆ อยู่จุดใดจุดหนึ่งค่ะ และทางโรงแรมจะปิดพื้นที่ล็อบบี้ในช่วงงานให้เรา เพื่อให้ได้ความเป็นส่วนตัวค่ะ

งานเราเป็นพิธีหมั้นไทย-จีนค่ะ เริ่มด้วยแห่ขันหมาก ผ่านด่านประตูเงิน ประตูทอง เรียบร้อยแล้วพี่เอ็มจะไปเจรจาสู่ขอกับญาติผู้ใหญ่ค่ะ




จากนั้นพี่เอ็มจะมารับตัวน้ำ และเดินเข้าไปทำพิธีหมั้นด้วยกัน จะมีทั้งพิธีมอบสินสอด สวมแหวน ทานขนมอี๋ ปิดท้ายด้วยพิธียกน้ำชาค่ะ







หลังช่วงพิธีการจบ เรายังมีเวลาถ่ายภาพร่วมกับแขกสักพักและไปส่งตัวพอเป็นพิธี ระหว่างนั้นแขกจะทยอยไปห้องอาหาร ที่เราจัดกลุ่มแขกตามโต๊ะไว้ค่ะ

เมื่อแขกเข้าห้องเรียบร้อย เราถึงเปิดตัวเข้าไป เพื่อทานอาหารร่วมกัน ช่วงนี้จะมีเพื่อนบ่าวสาวรวม 3 ท่าน ลุกขึ้นพูด Speech ก่อนค่ะ เมื่อเพื่อน ๆ พูดเสร็จ เราก็นั่งทานอาหารต่อเนื่องกันไป โดยเราเลือกคอร์สอาหารไทยเสิร์ฟแบบ Individual ค่ะ เช่น ยำส้มโอกุ้งสด ต้มข่าปลาสลิด ปลาเก๋าผัดฉ่า ไอศกรีมมะพร้าวรวมมิตร ซึ่งแขกชมกันเยอะค่ะว่าอาหารอร่อย ส่วนตัวน้ำเองชอบเมนูยำส้มโอกุ้งสดของที่นี่มากค่ะ





จบช่วงทานอาหาร เราจะมอบของชำร่วยให้แขกที่โต๊ะเลย เป็นขนมไทยมงคลตระกูลทองเอก นำมาใส่บรรจุภัณฑ์สวยงาม ซึ่งเพื่อนสนิทของเราทำให้เป็นของขวัญ แถมยังเข้ากันได้ดีกับเมนูคอร์สอาหารไทยที่เราจัดเลี้ยงให้แขกด้วยค่ะ

"งานทั้งหมดที่เกิดขึ้น มาจากความตั้งใจที่เราคัดสรรทุกสิ่งมาไว้ในงาน และผลลัพธ์ก็เป็นไปอย่างที่คิดไว้ และยังได้ทำพิธีสำคัญตรงตามคอนเซ็ปต์ พอได้เห็นคนที่เรารักมารวมตัวอยู่ในงาน เพียงเท่านี้ก็ดีต่อใจมาก ๆ แล้วค่ะ

สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างก็คือความสวยของโรงแรมและโลเคชั่นริมน้ำ เราถึงขั้นวางแผนเลยว่าจะถ่ายพรีเวดดิ้งที่นี่ เพราะอยากได้ภาพถ่ายคู่กันริมน้ำ ซึ่งเราจะนำภาพเหล่านี้ไปตกแต่งในงานฉลองด้วยค่ะ และที่อยากขอบคุณเป็นพิเศษ คือ คุณผึ้ง เซลล์ของโรงแรมที่ช่วยยืดหยุ่นอัปเกรดห้องพักเป็นพูลวิลล่าให้ รวมถึงพนักงานบริการดีจริง ๆ ค่ะ เราดีใจที่เลือกโรงแรมนี้มาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความทรงจำของเราค่ะ"


Photographer : Arty Photo, Fahever Photography
