

งานแต่งสุดเก๋มีสไตล์ ในห้องจัดเลี้ยงที่ Grand Hyatt Erawan
งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสสุดเก๋ ของคุณเจนนี่และคุณเบียร์ ที่จัดขึ้นที่สถานที่แต่งงานอย่างโรงแรม Grand Hyatt Erawan (แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ) ถือเป็นอีกหนึ่งงานแต่งงานที่สร้างความตื่นตาตื่นใจและความสนุกสนานให้กับแขกผู้มีเกียรติและเพื่อนๆ ที่มาร่วมงานสุดๆ ด้วยรูปแบบการตกแต่งแบบย้อนยุคที่ได้แรงบันดาลใจมาหนังภาพสวยอย่าง The Great Gatsby แต่ประยุกต์ใช้โทนสีเขียว-ทองเป็นหลัก อย่ารอช้าเราไปฟังกันดีกว่าค่ะว่าคู่บ่าวสาวมีแนวคิดในการจัดงานอย่างไร ถึงได้จัดงานออกมาได้เก๋ไก๋ขนาดนี้
แรงบันดาลใจ
ตอนแรกตั้งใจแค่ว่าอยากให้แขกสนุกไปกับงานของเรา และส่วนตัวไม่อยากให้งานออกมาเป็นแนวหวานสไตล์เจ้าหญิงสีชมพูมีดอกไม้เยอะๆ เพราะเราชอบอะไรที่เท่ๆ ดูมีกิมมิคมากกว่า เลยใช้แรงบันดาลใจจาก Art Direction ในภาพยนตร์เรื่อง The Great Gatsby โดยมาปรับคู่สีเป็นสีเขียวทอง ซึ่งสีเขียวก็เป็นสัญลักษณ์แทนความหวังและความรักที่ไม่มีวันจางหาย



จัดงานใหญ่ขนาดนี้เองโดยไม่ใช้ Wedding Planner
ตอนแรกพี่เบียร์อยากได้เจ้าที่มีประสบการณ์การจัดงานในสไตล์นี้มาบ้าง แต่เราก็ไม่เจอเจ้าไหนที่มีเคยจัดงานแนวนี้ ตอนนั้นเลยไม่ได้เลือกเจ้าไหนเป็นพิเศษ เพื่อนในกลุ่มเจนนี่ที่แต่งงานกันไปแล้วหลายคนก็แนะนำว่า จริงๆ แล้วเราทำเองได้นะ ถ้ารู้ขั้นตอนและรู้จักร้านค้าหรือ Supplier ต่างๆ มากพอ เพราะโรงแรมและช่างแต่งหน้าก็ติดต่อเองได้ ประสานงานให้ดี ค่อยๆ จัดการไปทีละอย่าง เราเลยตัดสินใจว่ามาทำกันเองแล้วกัน แล้วเราสองคนก็แยกกันทำงานตามความถนัด พี่เบียร์ รับผิดชอบเรื่องการออกแบบทั้งหมด ก็ดูแลเรื่องการ์ด, โลโก้งาน, packaging ของชำร่วย และการออกแบบงาน ส่วนเราก็ถนัดด้านการติดต่อประสานงาน ก็จะเป็นคนดีลกับโรงแรมเอง ตอนแรกก็ดูไว้หลายโรงแรม แต่สุดท้ายเลือกโรงแรม Grand Hyatt Erawan (แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ) เพราะดูขนาดของสถานที่เป็นหลัก ว่าต้องใหญ่พอที่จะรองรับแขกของเราได้ ซึ่งแขกแฮปปี้มาก อาหารอร่อย โรงแรมบริการดี




ได้ยินว่าการออกแบบ Backdrop ของงานนี้มีเรื่องราวน่ารักๆ ที่มาของ Backdrop แอบแฝงความชอบส่วนตัวของทั้งคุณเบียร์และเจนนี่ ก่อนพูดถึงเรื่อง Backdrop ต้องเกริ่นเรื่องการ์ดก่อน การ์ดแต่งงานเราใช้บริการของ Cinderella Gallery โดยโจทย์คือให้ดึงคาแรคเตอร์ของบ่าวสาวออกมา ซึ่งเจ้าบ่าวชอบสะสมดาบ ส่วนเจ้าสาวชอบใส่ส้นสูงมากเพราะเป็นคนตัวเล็ก ในการ์ดเลยมีดาบและรองเท้าส้นสูงซ่อนอยู่ในนั้นด้วย ซึ่งเราขอให้ทำแบบที่จะดูไม่ออกในทันทีเพราะไม่อยากมีปัญหากับผู้ใหญ่ (ฮา) เราชอบการ์ดกันมากเลยจึงตัดสินใจว่าให้เอามาทำเป็น Backdrop ด้วยเลย



งานนี้มีจุดให้ถ่ายรูปเยอะมาก
เราอยากให้งานสนุกค่ะ แล้วตอนไปงานแต่งงานของเพื่อนๆ เราสังเกตว่าทุกคนจะได้ถ่ายรูปที่ Backdrop กันน้อยมาก เราอยากให้มางานของเราแล้วได้ถ่ายรูปเยอะๆ เลยเน้นการตกแต่งแกลลอรี่ทุกจุดในห้อง มีซุ้มที่มีรูปของเราเรียงต่อกันเป็นเลข 10 ซึ่งหมายถึงระยะเวลาที่เจนนี่คบกับพี่เบียร์คือ 10 ปีพอดี ปรากฎว่าซุ้มนี้ เป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตของเพื่อนๆ ไปเลย เพราะน่ารักและแสงสวย มีพร๊อพให้เล่นเยอะ ส่วนตรงโซน Photo Gallery จะมีพรมที่มีขนสีขาวปูไว้ข้างหน้า หลายคนนอนลงไปถ่ายรูปที่พรมเลย อัพรูปลง Instagram กันสนุกมาก ด้านโต๊ะ Reception เอง ก็มีรูปต้นไม้ที่วาดบนเเคนวาส อันนี้พี่เบียร์วาดเองเลย โดยเเขกสามารถปั๊มนิ้วตัวเองเป็นสีต่างๆ ลงไปแทนใบไม้ได้ ตรงนี้เด็กชอบมาก ซึ่งก็เป็นกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่เราอยากให้มีในงาน ขอเตือนว่าที่บ่าวสาวอีกนิดว่า ระวังงบจะบานปลาย เพราะถึงเวลาจะอยากได้นู่นได้นี่งอกขึ้นมาเรื่อยๆ (ฮา)




มีข้อแนะนำอะไรสำหรับว่าที่บ่าวสาวที่กำลังจะแต่งงานไหมคะ
ในการจัดงานแต่งงาน ทั้งบ่าวสาว พ่อแม่ และญาติผู้ใหญ่ ต่างคนต่างมีสิ่งที่ตัวเองคิดเอาไว้ อาจจะมีเข้าใจไม่ตรงกันบ้าง ก็อยากให้ใจเย็นๆ ค่อยๆ คุยกัน คอยช่วยเหลือกัน หาจุดที่ทุกฝ่ายยอมรับได้
เพราะงานแต่งไม่ใช่แค่งานของเราแค่สองคน มีผู้ใหญ่อีกมากมายที่จะมาร่วมแสดงความยินดีกับเรา อย่างตอนแรกเราอยากได้งานโทนสีสีดำ-ทองเพราะดูหรูและเท่มากๆ แต่ผู้ใหญ่รู้สึกว่า สีดำไม่ค่อยเหมาะสมกับงานมงคล เลยต้องปรับให้เป็นสีอื่นแทนจนมาจบที่สีเขียว-ทอง ซึ่งเราก็แฮปปี้ และผู้ใหญ่ก็แฮปปี้
สุดท้ายคือเจ้าสาวต้องชัดเจนว่าอยากได้อะไร สำคัญมากจริงๆ เพราะจะทำให้ทุกอย่างเร็วขึ้นมาก ทั้งเรื่องธีมและการตกแต่งต่างๆ ควรทำการบ้านมาก่อน เพราะเวลาทีมงานทำงานเขาจะไปได้ถูกทาง

