

The Sukhothai Bangkok สถานที่แต่งงานสวย พร็อพเดียวก็เอาอยู่!
พิธีหมั้นเราจัดกันที่ The Sukhothai Bangkok (โรงแรมสุโขทัย) ครับ แยกวันกับงานจัดเลี้ยงซึ่งจะจัดที่โรงแรม Grand Hyatt Erawan (แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ) ในส่วนของงานหมั้นเช้า เราตั้งใจจัดให้เป็นงานเรียบๆ โดยมีเพื่อนเจ้าสาวมาช่วยรันคิวและตกแต่งงานให้ ภายในงานจะมีลูกโป่งสีสะอาดตามาช่วยเสริมบรรยากาศ ยิ่งได้วิวสวนภายในโรงแรมมาเพิ่มอีก ภาพที่ออกมาก็เลยยิ่งเรียบร้อยสวยงามดี




เจ้าบ่าวขอลุยเอง
ด้วยความที่ผมจบสถาปัตย์มา กับงานฉลอง ผมก็ขอลงมือดีไซน์ทุกอย่างในงานเองหมดเลยครับ เริ่มตั้งแต่โลโก้ ที่เรานำชื่อบ่าวสาวมาใช้ เจ้าสาวชื่อโอ๋ เราใช้แทนด้วยวงกลม ส่วนผมชื่อเอ ก็แทนด้วยสามเหลี่ยม พอนำมา Intersect กันแล้ว ด้านล่างจะได้เป็นตัวเอพอดี ส่วนตรงกลางเราก็ใส่คาแรกเตอร์ตัวอักษร ‘&’ เข้าไป






ผมเห็นว่างานเราแต่งช่วงสิ้นปี เลยทำให้เป็นคอนเซ็ปต์ Winter Wedding ด้วยการเน้นสีขาว ลุคดูคลีนๆ เย็นๆ หน่อย ต้นไม้ที่ใช้ในงาน ก็จะเป็นต้นไม้แห้งๆ สีขาว ดอกไม้ก็เป็นโทนขาว มีใส่เข้าไปนิดหน่อยแต่ไม่เน้นมาก เอาพอให้เจ้าสาวชื่นใจว่าภาพรวมมันดูดี มีสเน่ห์ สดชื่นสวยงามสมเป็นงานแต่งครับ (หัวเราะ)




เซ็นเตอร์ของภาพ ต้องทั้งสวยและมีประโยชน์
ห้องที่ผมเลือกใช้สำหรับงานจัดเลี้ยงคือห้อง Residence ที่โรงแรม Hyatt Erawan ครับ ปกติคนส่วนใหญ่จะเอาแบ็คดรอปไว้ข้างล่าง ตรงช่วงก่อนขึ้นบันได แต่ของผมเราจะมูฟขึ้นมาอยู่ข้างบน ชุดโซฟาตรงพื้นที่แต่เดิมเราก็ยกออกหมด ตรงหน้าเตาผิงนำโฟโต้แกลอรี่มาปิด ลิ้งค์กันไปกับตัวแบ็คดรอปถ่ายรูปที่มีเก้าอี้ตัวใหญ่ตั้งอยู่
กิมมิคของเก้าอี้ตัวนี้คือ เราอยากเปลี่ยนแนวการถ่ายรูป โดยเลี่ยงการเรียงแถวแบบหน้ากระดานครับ (แต่พอแขกผู้ใหญ่มาเราก็ต้องลุกขึ้นมายืนอยู่ดี โดยยืนด้านหน้าให้บังเก้าอี้ไปเลย) แต่แขกวัยรุ่นก็จะเอนจอย ยืนบ้างนั่งบ้าง มุมนั้นมุมนี้ ซึ่งจริงๆ เหตุผลหลักที่ผมนำเก้าอี้มาใช้ เพราะตอนที่ผมไปงานแต่งพี่ชายผม เขาจะมีเก้าอี้ตัวโดดๆ สำหรับนั่งหนึ่งคนอยู่ครับ นอกจากนั้นจะเป็นเฟอร์นิเจอร์เสริม ยืนกระจายๆ กันไป ผลคือภาพสวย แต่เจ้าสาวจะเมื่อยมาก เพราะใส่ส้นสูง 5 นิ้วแล้วต้องยืน 3 ชม. ผมเลยประยุกต์ใช้ โดยนำมาต่อยอด คิดแค่ว่าทำยังไงก็ได้ให้เจ้าสาวมีที่นั่ง ก็เลยได้ออกมาเป็นตัวนี้ ตัวเดียวจบ ใส่เข้าไปแล้วไม่ต้องเพิ่มอะไรอีก ส่วนฉากของแบ็คดรอป ผมเน้นตัวโครงสร้างให้เป็นหนาม 3D ยื่นออกมา ดูเหมือนถ้ำน้ำแข็ง ภายในห้องจัดงานก็ทำเป็นพื้นอะครลิกยกสูงขึ้น มีดอกไม้เล็กๆ น้อยๆ ขนาบข้างซ้ายขวา พอตรงเข้าไปเรื่อยๆ ก็จะเจอเวทีที่แต่งด้วย Snowflake ครับ






ไม่ต้องใช้เพลงฮิต ก็เพิ่มลิมิตความสนุกได้
เรื่องดนตรีในงาน เราเปลี่ยนจากปกติที่เขาใช้เป็นเพลงแจ๊ส เพลงคลาสิก มาใช้วิธีเปิดแผ่นแทนครับ เราใช้เพลงฝรั่งฟังสบาย ที่อาจจะไม่ได้ฮิตติดหู แต่ให้อารมณ์เหมือนนั่งชิลล์อยู่ในร้านนั่งดื่ม แล้วค่อยๆ เพิ่มบีท บิ้วด์อารมณ์ในงานให้มากขึ้นไปเรื่อยๆ ช่วงท้ายๆ ของงาน เราจะเน้นดนตรีให้มันส์ๆ สนุกๆ โดยให้ Live Band ของพี่เป็ด Fallabella มาช่วยปิดท้ายให้ครับ
หลังจากซีนที่เจ้าสาวของผมโยนช่อดอกไม้เสร็จ วันนั้นเราก็มีเซอร์ไพรส์ให้พี่ชายกับพี่สะใภ้ของผมด้วย เพราะทั้งคู่แต่งงานที่โรงแรมนี้เหมือนกัน วันเดียวกันเลย แต่เป็นปีที่แล้วครับ เพราะฉะนั้นงานแต่งเราจึงเหมือนเป็นงานวันครบรอบแต่งงานของทั้งสองคน ทีมเซลล์ของทางโรงแรมเลยออกไอเดียว่า อยากจะเตรียมช่อดอกไม้เพื่อแสดงความยินดีให้ โดยให้พี่ชายผมเป็นคนให้พี่สะใภ้ครับ เป็นโมเมนต์ที่ดีมาก น่ารักๆ
แนะนำบ่าวสาว
แบ่งเวลาและเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ : ยิ่งรู้ล่วงหน้านาน แล้วทยอยๆ ทำจะดีที่สุดครับ ผมเองรู้ล่วงหน้านาน แต่เพิ่งจะมาเตรียมจริงๆ จังๆ ตอนช่วง 3 เดือนก่อนแต่ง ซึ่งผมคิดว่ามันเร่งไปนิดนึงครับ งานมันมีรายละเอียดเยอะ ไหนจะการ์ด ของชำร่วย ถ่ายพรีเวดดิ้ง ถ่ายวิดีโอ แล้วยิ่งเรื่องชุดอีก ของผู้ชายอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ของผู้หญิง ยิ่งถ้าเราบอกเขาว่างานเราปลายปี เขาก็จัดคิวเราไปปลายปี อะไรที่เคลียร์ได้ก่อนก็ควรจะรีบเคลียร์เลยครับ จะได้ไม่ไปฉุกละหุกช่วงท้ายๆ
ของตกแต่งแนวโครงสร้างทำให้งานดูเจ๋ง! : การใช้ดอกไม้เยอะๆ จะเพิ่มงบในส่วนตกแต่งขึ้นอีกมากเลยครับ ถ้าอยากให้มันออกมาดูโอเค แล้วเซฟเงินด้วย การเล่นกับโครงสร้างจะช่วยให้งานเราออกมายังดูเท่ ดูเจ๋ง และยังมีอะไรอยู่ ทำให้งานดูไม่แข็งเกินไป เป็นอีกช้อยส์ที่แนะนำเลยครับ

Credits & ร้านค้าแนะนำในบทความนี้
ช่างภาพ วิดีโอ:
Loveroomweddingสถานที่แต่งงาน:
Grand Hyatt Erawan Bangkok